|
ยินดีต้อนรับ,
บุคคลทั่วไป
|
สุนัขขนร่วง รักษาอย่างไร
(1 จำนวนผู้เยี่ยมชม) (1) บุคคลทั่วไป
|
กระทู้: สุนัขขนร่วง รักษาอย่างไร
สุนัขขนร่วง รักษาอย่างไร 1 ปี, 10 เดือน ที่ผ่านมา #645
|
สาเหตุที่สุนัขขนร่วง
สุนัขขนร่วง...เป็นเพราะอะไร? เจ้าของสุนัขเมื่อเห็นสุนัขขนร่วงมาก ก็จะรู้สึกเป็นกังวลใจ บางท่านก็จะรีบพาไปหาคุณหมอ บางท่านก็จะนั่งดูเขาด้วยความหดหู่ใจ หมาเราเป็นอะไร? เป็นคำถามยอดฮิต ของผู้เลี้ยงสุนัขบางแก้ว ซึ่งเราต้องมาทำความเข้าใจกัน ถึงสาเหตุที่ทำให้สุนัขบางแก้วเราขนร่วง สุนัขขนร่วงนั้นจะมีสาเหตุหลักๆคือ - เป็นการผลัดขนตามธรรมชาติ - เป็นการเป็นโรคผิวหนัง การผลัดขนตามธรรมชาติ ลูกสุนัข จะผลัดขนตอนที่อายุประมาณ 3 เดือน และผลัดขนอีกครั้งช่วงที่เขามีอายุ 9-12 เดือน หลังจากผ่านช่วงอายุนี้ไปแล้วเขาก็จะผลัดขนประจำปี คือ - ถ้าเป็นตัวผู้จะผลัดขนปีละ 1 ครั้ง - ถ้าเป็นตัวเมียจะผลัดขนปีละ 2 ครั้ง คือ ผลัดขนปรกติ และการผลัดขนก่อนที่จะเป็นสัด สุนัขขนร่วงเพราะเป็นโรคผิวหนัง อาจจะมีหลายสาเหตุ - ขนร่วง เนื่องจากเป็นเชื้อรา - ขนร่วง เนื่องจากแพ้อาหาร แพ้โปรตีน เกิดจากการแพ้จากหลายสาเหตุ จะอธิบายแยกออกเป็นเรื่องๆ พร้อมทั้งการสังเกตุ และการรักษาเบื้องต้น อาการขนร่วงอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน 1. ช่วงผลัดขน หรือช่วงที่มีระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำ เมื่อผ่านช่วงเหล่านี้ไปแล้วสุนัขก็จะขนขึ้นได้เอง แต่ถ้าเจ้าของสุนัขอยากให้ผิวหนังและขนที่ขึ้นใหม่แข็งแรงขึ้น ก็อาจเสริมยาบำรุงขนให้สุนัขด้วยก็ได้ 2. ช่วงที่สุนัขมีภาวะเครียดหรือป่วย เมื่อรักษาอาการป่วยจนหายดีแล้ว หรือสุนัขหายเครียด ขนก็จะขึ้นมา สวยงามได้เหมือนเดิม 3. ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ ฮอร์โมนคอร์ดิซอลสูงเกินไป ขาดฮอร์โมนที่ช่วยในการ เจริญเติบโต ฮอร์โมนเพศไม่สมดุล เป็นต้น การรักษาทำได้โดยเสริมฮอร์โมนที่ ขาด หรือใช้ยาควบคุมระดับ ฮอร์โมนที่สูงเกินค่าปกติ แต่ต้องทำการรักษาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจมีผลข้างเคียงจากการรักษาได้ สุนัขหลายตัวที่ขนร่วงเพราะฮอร์โมนเพศไม่สมดุลสามารถรักษาอาการขน ร่วงได้โดยการทำหมัน อย่างไร ก็ตามอาจพบได้ว่าหลังจากทำหมัน แล้ว สุนัขปกติบางตัวจะมีอาการขนร่วงอยู่ช่วงหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไป สักระยะขนจะขึ้นได้เอง โดยไม่ต้องได้รับการรักษาใด ๆ หรือแค่กินยาบำรุงขนก็พอ 4. การแพ้ เช่น แพ้อาหาร แพ้น้ำลายเห็บหมัดแพ้ชมพู แพ้สิ่งที่สัมผัส เป็นต้น ในกรณีที่สงสัยว่าเป็นการแพ้ อาหารก็ต้องทำการทดสอบการแพ้อาหารก่อน อาหารกลุ่มใดมีแนวโน้มว่าจะเป็นต้นเหตุของอาการแพ้ก็ ต้องหลีกเลี่ยงหรืออาจ เปลี่ยนไปกินอาหารสำเร็จรูปที่ใช้ในการรักษาโดยเฉพาะเลยก็ได้ ในรายที่แพ้น้ำลาย เห็บหมัดสามารถรักษาได้โดยการให้กินยาแก้แพ้ร่วมกับการควบ คุมปริมาณเห็บหมัดบนร่างกาย หรือถ้า แพ้ชมพูก็ต้องเปลี่ยนชมพู ไม่ควรฆ่าเชื้อแรง ๆ หรือผลิตภัณฑ์ของคน ในการอาบน้ำสุนัข เพราะความเป็น กรดด่างบนผิวหนังของคนและสุนัขมีความแตกต่างกัน 5. การติดเชื้อที่ผิวหนัง เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย หรือไรขี้เรื้อน เมื่อกำจัดเชื้อเหล่านี้หมดไป ขนจะหยุดร่วง และเริ่มขึ้นใหม่เหมือนเดิม 6. ภาวะขาดสารอาหาร ทำให้สภาพผิวหนังและขนไม่แข็งแรง ขนหลุดร่วงได้ง่าย จึงควรให้อาหารที่มีสาร อาหารเหมาะสม เช่น ถ้าเจ้าของสุนัขให้อาหารสุนัขที่ปรุงเอง ก็ควรสลับเปลี่ยนหมุนเวียนเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เสริมผัก หรือโปรตีนจากไข่ลงไปในอาหารบ้าง ไม่ควรให้กินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียวตลอด 7. ความผิดปกติทางพันธุกรรม สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน มีปัญหาขนล่วงชนิดหนึ่งที่ยังไม่ทราบสาเหตุ ที่แน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะเกิดจากความผิดปกติบางอย่างที่ถ่ายทอดมาทางพันธุกรรม ซึ่งส่วนใหญ่จะพบใน เพศผู้ เริ่มพบอาการได้ตั้งแต่อายุ ๑ ? ๕ ปี โดย มีขนสีเข้มขึ้น หรือมีลักษณะหยาบเหมือนขนลูกสุนัข ขนจะเริ่มร่วงบริเวณลำตัว สะโพกและหาง (ขนที่หัวและขาหน้าไม่ค่อยร่วง) เมื่อขนเหล่านี้ร่วงไปก็จะไม่ขึ้น มาอีก ผิวหนังกลายเป็นสีดำ อาการเหล่านี้ไม่ได้รุนแรงถึงชีวิต บางรายไม่ตอบสนองต่อการรักษาใด ๆ บางรายตอบสนองต่อการทำหมัน บางรายกินยาบำรุงแล้วหาย หรือบางรายหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา ทั้งนี้ต้องวินิจฉัยแยก จากความผิดปกติอื่น ๆ ที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะภาวะ โฮร์โมนไทรอยด์ต่ำด้วย ลักษณะขนร่วงที่เกิดจากการเป็นเชื้อรา ส่วนมากที่บางแก้วเราจะเป็นมาก ก็จะเป็นที่หาง และลำตัว สุนัขจะชอบกัดแทะ ในบริเวณนั้น ทำให้ลักษณะของผิวหนังจะอักเสบ ถ้าเราสังเกตุดีๆ จะเห็นลักษณะของผิวหนัง เป็นสะเก็ดดำๆ และมีร่องรอยของการอักเสบที่เกิดจากกัดแทะ วิธีการรักษาเบื้องต้น - เราจะใช้แชมพูยาฆ่าเชื้อรา ที่เป็นของคนเราใช้ เช่น แชมพูไนโซรอล นอร์ร่า หรือแชมพูยี่ห้อ อะไรก็ได้ ที่มีส่วนผสมของสารที่ชื่อ คีโตโคนาโซน มาใช้ฟอกในบริเวณนั้นๆ - ให้ยาทานที่ชื่อ คีโตโนโซน สมารถหาซื้อได้จาก ร้ายขายยาของคน -ยาทาก็ใช้ ยาทาที่ใช้ทารักษาโรคเชื้อราของคนเรานี่แหละ ที่เป็นกลุ่มที่มีสาร คีโตโคนาโซน มาทา เช่น ไนโซรัล นอร์ร่า โทนาฟ(ชนิดที่รักษาเชื้อรา) ขนร่วงเนื่องจากการแพ้ อาการของการแพ้นั้น เราจะสังเกตุได้จาก ลักษณะของผิวหนังมีผื่นแดง และเป็นผื่นคัน มีการอักเสบ มีลักษณะขนร่วง ทั้งสองข้างของลำตัวเท่าๆกัน ถ้าเราแบ่งตัวสุนัข จากกลางกระดูกสันหลัง เราจะเห็นว่า ขนจะหลุดร่วงและมีผื่นคันทั้งสองข้างของลำตัวเท่าๆกัน เราต้องทราบถึงสาเหตุของการแพ้ โดยต้องสังเกตุดูว่าสุนัขของเราแพ้อะไร การแพ้นั้นมีสาเหตุมา จากหลายๆอย่าง แต่ที่เราพบเห็นกันบ่อย ก็จะเป็นอาการที่แพ้ อาหาร แพ้แชมพู แพ้น้ำลายของ เห็บหมัด และการแพ้ยา ฯลฯ เราต้องสังเกตุว่า ช่วงก่อนที่จะเริ่มมีอาการ เราได้เปลี่ยนอาหารหรือไม่? เปลี่ยนแชมพูหรือไม่? หรือทำสิ่งใดที่เปลี่ยนแปลงไปจากปรกที่เคยทำ แล้วเกิดอาการที่ผิดปรกติของสุนัขไป เช่น เปลี่ยนอาหาร การให้กินเนื้อไก่ การให้อาหารมันๆ การให้ยา การเปลี่ยนแชมพู ฯลฯ ถ้ามีการเปลี่ยนสิ่งใดสื่งหนึ่งแล้ว เกิดอาการผิดปรกติ เราต้องหยุดอาหาร หยุดการใช้แชมพู แล้วกลับมาใช้แบบเดิมตามปรกติ วิธีการรักษา เราต้องให้ทานยาแก้แพ้(คลอเฟร)และทานยาแก้อักเสบในกรณีที่เกิดการอักเสบ หาก อาการต่างๆไม่ดีขึ้น เราต้องรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว... ขนร่วง สรุปได้ประเด็นใหญ่ดังนี้ครับ 1. ฮอร์โมเพศไม่สมดุลย์ มักเกิดจากสุนัขที่ตอนหรือทำหมัน หรือ สุนัขที่อยู่ในวัยทอง( 5-6 ปีขึ้นไป) ครับ 2. เกิดจากตัวปรสิต เช่น หมัดและเห็บ โดยเฉพาะน้ำลายหมัด ทำให้เกิดการแพ้ที่ผิวหนังได้ 3. เกิดจากตัวไร ซึ่งเป็นสาเหตุของเรื้อน เช่น Sarcoptes, Demodex และ Otodectest เป็นต้น 4. เกิดจากการแพ้สารเคมีภายนอก เช่น พื้นปูนที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ หรือแชมพูอาบน้ำ 5. เกิดจากปัญหาของโรคภูมิแพ้ที่ผิวหนัง เช่น Atopy ซึ่งเกิดจากการแพ้สารบางอย่างในอาหารโดยเฉพาะ สารประกอบโปรตีน ถึงแม้จะกินไม่ได้สัมผัสที่ผิวหนังโดยตรงก็ทำให้เกิดรอยโรคที่ผิวหนังได้ครับ 6. เกิดจากการผลัดขนตามอายุและฤดูกาล 7.เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส ราบางชนิด เป็นต้น เมื่อรักษาทุกๆทางแล้ว หมอแนะนำให้กินยา EN-DEX PLUS 5000 หรือ 6000 หรือ ขนาด12000 จำนวนเม็ดหรือแบ่งครึ่งเม็ด แล้วแต่น้ำหนักของสัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ และถ่ายพยาธิตัวตืด กินเดือนละ1 ครั้ง ใหม่ๆตอนที่ผิวของน้องหมาแมวยังแฉะๆอยู่ ก็รักษาติดต่อกันโดยกิน อาทิตย์ละ 1 ครั้ง รักษาไป 6- 8 อาทิตย์ จนหาย ถ้ายังไม่หายดี อาจต้องเว้นระยะไปซักพัก แล้วก็ลองรักษาต่อเนื่องใหม่จนกระทั่งอาการหายขาดค่ะ ข้อสังเกตุก็คือ น้องหมาจะมีขนฟูขึ้นเต็ม สุขภาพผิวและขนสวยงามขึ้น แต่ยาตัวนี้ เป็นตัวยาไอเวอร์เม๊กติน ที่เป็นยาแรงมาก เขาจะไม่มีใบ อย.ยา แต่เป็นยาที่สัตวแพทย์เมืองไทยผลิตขึ้นเอง ได้ขอให้ร้านขายยาเพื่อนกัน ที่เลี้ยงสุนัขหลายตัวและมีปัญหาเดียวกันช่วยสั่งให้ จนทุกคนแก้ปัญหานี้ได้ในที่สุด ใช้มาประมาณ 2 ปี แล้ว สุนัขและแมวก็สุขภาพดีไม่มีอันตราย และสำคัญเจ้าของก็สบายใจด้วย ไม่ต้องกลุ้มใจรักษาจนหมดแรงเหมือนเมื่อก่อนอีก |
|
แก้ไขล่าสุด: 1 ปี, 10 เดือน ที่ผ่านมา โดย อากู๋.
|
|
ใช้เวลาในการร่างหน้านี้: 0.23 วินาที
ฟอรัม













