Home ฟอรัม
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)
ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน: จดจำข้อมูลการเข้าระบบ

สุนัขขนร่วง รักษาอย่างไร
(1 จำนวนผู้เยี่ยมชม) (1) บุคคลทั่วไป
  • หน้าที่:
  • 1

กระทู้: สุนัขขนร่วง รักษาอย่างไร

สุนัขขนร่วง รักษาอย่างไร 1 ปี, 10 เดือน ที่ผ่านมา #645

  • อากู๋
  • ออฟไลน์
  • Expert Boarder
  • อากู๋..รู้ทุกเรื่อง อิอิ
  • จำนวนโพส: 151
  • พลังน้ำใจ: 0
สาเหตุที่สุนัขขนร่วง
สุนัขขนร่วง...เป็นเพราะอะไร? เจ้าของสุนัขเมื่อเห็นสุนัขขนร่วงมาก
ก็จะรู้สึกเป็นกังวลใจ บางท่านก็จะรีบพาไปหาคุณหมอ บางท่านก็จะนั่งดูเขาด้วยความหดหู่ใจ
หมาเราเป็นอะไร? เป็นคำถามยอดฮิต ของผู้เลี้ยงสุนัขบางแก้ว ซึ่งเราต้องมาทำความเข้าใจกัน
ถึงสาเหตุที่ทำให้สุนัขบางแก้วเราขนร่วง

dog_hairloss1.jpg



สุนัขขนร่วงนั้นจะมีสาเหตุหลักๆคือ
- เป็นการผลัดขนตามธรรมชาติ
- เป็นการเป็นโรคผิวหนัง

การผลัดขนตามธรรมชาติ
ลูกสุนัข จะผลัดขนตอนที่อายุประมาณ 3 เดือน และผลัดขนอีกครั้งช่วงที่เขามีอายุ 9-12 เดือน
หลังจากผ่านช่วงอายุนี้ไปแล้วเขาก็จะผลัดขนประจำปี คือ - ถ้าเป็นตัวผู้จะผลัดขนปีละ 1 ครั้ง
- ถ้าเป็นตัวเมียจะผลัดขนปีละ 2 ครั้ง คือ ผลัดขนปรกติ และการผลัดขนก่อนที่จะเป็นสัด

dog_hairloss2.JPG


สุนัขขนร่วงเพราะเป็นโรคผิวหนัง อาจจะมีหลายสาเหตุ
- ขนร่วง เนื่องจากเป็นเชื้อรา
- ขนร่วง เนื่องจากแพ้อาหาร แพ้โปรตีน เกิดจากการแพ้จากหลายสาเหตุ จะอธิบายแยกออกเป็นเรื่องๆ
พร้อมทั้งการสังเกตุ และการรักษาเบื้องต้น



dog_hairloss3.jpg



อาการขนร่วงอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน

1. ช่วงผลัดขน หรือช่วงที่มีระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำ เมื่อผ่านช่วงเหล่านี้ไปแล้วสุนัขก็จะขนขึ้นได้เอง
แต่ถ้าเจ้าของสุนัขอยากให้ผิวหนังและขนที่ขึ้นใหม่แข็งแรงขึ้น ก็อาจเสริมยาบำรุงขนให้สุนัขด้วยก็ได้

2. ช่วงที่สุนัขมีภาวะเครียดหรือป่วย เมื่อรักษาอาการป่วยจนหายดีแล้ว หรือสุนัขหายเครียด ขนก็จะขึ้นมา
สวยงามได้เหมือนเดิม

3. ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ ฮอร์โมนคอร์ดิซอลสูงเกินไป ขาดฮอร์โมนที่ช่วยในการ
เจริญเติบโต ฮอร์โมนเพศไม่สมดุล เป็นต้น การรักษาทำได้โดยเสริมฮอร์โมนที่ ขาด หรือใช้ยาควบคุมระดับ
ฮอร์โมนที่สูงเกินค่าปกติ แต่ต้องทำการรักษาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจมีผลข้างเคียงจากการรักษาได้
สุนัขหลายตัวที่ขนร่วงเพราะฮอร์โมนเพศไม่สมดุลสามารถรักษาอาการขน ร่วงได้โดยการทำหมัน อย่างไร
ก็ตามอาจพบได้ว่าหลังจากทำหมัน แล้ว สุนัขปกติบางตัวจะมีอาการขนร่วงอยู่ช่วงหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไป
สักระยะขนจะขึ้นได้เอง โดยไม่ต้องได้รับการรักษาใด ๆ หรือแค่กินยาบำรุงขนก็พอ

dog_hairloss7.jpg


4. การแพ้ เช่น แพ้อาหาร แพ้น้ำลายเห็บหมัดแพ้ชมพู แพ้สิ่งที่สัมผัส เป็นต้น ในกรณีที่สงสัยว่าเป็นการแพ้
อาหารก็ต้องทำการทดสอบการแพ้อาหารก่อน อาหารกลุ่มใดมีแนวโน้มว่าจะเป็นต้นเหตุของอาการแพ้ก็
ต้องหลีกเลี่ยงหรืออาจ เปลี่ยนไปกินอาหารสำเร็จรูปที่ใช้ในการรักษาโดยเฉพาะเลยก็ได้ ในรายที่แพ้น้ำลาย
เห็บหมัดสามารถรักษาได้โดยการให้กินยาแก้แพ้ร่วมกับการควบ คุมปริมาณเห็บหมัดบนร่างกาย หรือถ้า
แพ้ชมพูก็ต้องเปลี่ยนชมพู ไม่ควรฆ่าเชื้อแรง ๆ หรือผลิตภัณฑ์ของคน ในการอาบน้ำสุนัข เพราะความเป็น
กรดด่างบนผิวหนังของคนและสุนัขมีความแตกต่างกัน

5. การติดเชื้อที่ผิวหนัง เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย หรือไรขี้เรื้อน เมื่อกำจัดเชื้อเหล่านี้หมดไป ขนจะหยุดร่วง
และเริ่มขึ้นใหม่เหมือนเดิม

dog_hairloss6.jpg


6. ภาวะขาดสารอาหาร ทำให้สภาพผิวหนังและขนไม่แข็งแรง ขนหลุดร่วงได้ง่าย จึงควรให้อาหารที่มีสาร
อาหารเหมาะสม เช่น ถ้าเจ้าของสุนัขให้อาหารสุนัขที่ปรุงเอง ก็ควรสลับเปลี่ยนหมุนเวียนเนื้อสัตว์ต่าง ๆ
เสริมผัก หรือโปรตีนจากไข่ลงไปในอาหารบ้าง ไม่ควรให้กินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียวตลอด

7. ความผิดปกติทางพันธุกรรม สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน มีปัญหาขนล่วงชนิดหนึ่งที่ยังไม่ทราบสาเหตุ
ที่แน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะเกิดจากความผิดปกติบางอย่างที่ถ่ายทอดมาทางพันธุกรรม ซึ่งส่วนใหญ่จะพบใน
เพศผู้ เริ่มพบอาการได้ตั้งแต่อายุ ๑ ? ๕ ปี โดย มีขนสีเข้มขึ้น หรือมีลักษณะหยาบเหมือนขนลูกสุนัข
ขนจะเริ่มร่วงบริเวณลำตัว สะโพกและหาง (ขนที่หัวและขาหน้าไม่ค่อยร่วง) เมื่อขนเหล่านี้ร่วงไปก็จะไม่ขึ้น
มาอีก ผิวหนังกลายเป็นสีดำ อาการเหล่านี้ไม่ได้รุนแรงถึงชีวิต บางรายไม่ตอบสนองต่อการรักษาใด ๆ
บางรายตอบสนองต่อการทำหมัน บางรายกินยาบำรุงแล้วหาย หรือบางรายหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา
ทั้งนี้ต้องวินิจฉัยแยก จากความผิดปกติอื่น ๆ ที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะภาวะ โฮร์โมนไทรอยด์ต่ำด้วย


dog_hairloss9.jpg



ลักษณะขนร่วงที่เกิดจากการเป็นเชื้อรา

ส่วนมากที่บางแก้วเราจะเป็นมาก ก็จะเป็นที่หาง และลำตัว สุนัขจะชอบกัดแทะ
ในบริเวณนั้น ทำให้ลักษณะของผิวหนังจะอักเสบ ถ้าเราสังเกตุดีๆ จะเห็นลักษณะของผิวหนัง
เป็นสะเก็ดดำๆ และมีร่องรอยของการอักเสบที่เกิดจากกัดแทะ


dog_hairloss11.jpg



วิธีการรักษาเบื้องต้น
- เราจะใช้แชมพูยาฆ่าเชื้อรา ที่เป็นของคนเราใช้ เช่น แชมพูไนโซรอล นอร์ร่า หรือแชมพูยี่ห้อ
อะไรก็ได้ ที่มีส่วนผสมของสารที่ชื่อ คีโตโคนาโซน มาใช้ฟอกในบริเวณนั้นๆ

- ให้ยาทานที่ชื่อ คีโตโนโซน สมารถหาซื้อได้จาก ร้ายขายยาของคน

-ยาทาก็ใช้ ยาทาที่ใช้ทารักษาโรคเชื้อราของคนเรานี่แหละ ที่เป็นกลุ่มที่มีสาร คีโตโคนาโซน
มาทา เช่น ไนโซรัล นอร์ร่า โทนาฟ(ชนิดที่รักษาเชื้อรา)


dog_hairloss12.jpg


ขนร่วงเนื่องจากการแพ้ อาการของการแพ้นั้น เราจะสังเกตุได้จาก ลักษณะของผิวหนังมีผื่นแดง
และเป็นผื่นคัน มีการอักเสบ มีลักษณะขนร่วง ทั้งสองข้างของลำตัวเท่าๆกัน ถ้าเราแบ่งตัวสุนัข
จากกลางกระดูกสันหลัง เราจะเห็นว่า ขนจะหลุดร่วงและมีผื่นคันทั้งสองข้างของลำตัวเท่าๆกัน

เราต้องทราบถึงสาเหตุของการแพ้ โดยต้องสังเกตุดูว่าสุนัขของเราแพ้อะไร การแพ้นั้นมีสาเหตุมา
จากหลายๆอย่าง แต่ที่เราพบเห็นกันบ่อย ก็จะเป็นอาการที่แพ้ อาหาร แพ้แชมพู แพ้น้ำลายของ
เห็บหมัด และการแพ้ยา ฯลฯ


dog_hairloss10.jpg


เราต้องสังเกตุว่า ช่วงก่อนที่จะเริ่มมีอาการ เราได้เปลี่ยนอาหารหรือไม่? เปลี่ยนแชมพูหรือไม่?
หรือทำสิ่งใดที่เปลี่ยนแปลงไปจากปรกที่เคยทำ แล้วเกิดอาการที่ผิดปรกติของสุนัขไป เช่น เปลี่ยนอาหาร
การให้กินเนื้อไก่ การให้อาหารมันๆ การให้ยา การเปลี่ยนแชมพู ฯลฯ ถ้ามีการเปลี่ยนสิ่งใดสื่งหนึ่งแล้ว
เกิดอาการผิดปรกติ เราต้องหยุดอาหาร หยุดการใช้แชมพู แล้วกลับมาใช้แบบเดิมตามปรกติ

วิธีการรักษา เราต้องให้ทานยาแก้แพ้(คลอเฟร)และทานยาแก้อักเสบในกรณีที่เกิดการอักเสบ หาก
อาการต่างๆไม่ดีขึ้น เราต้องรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว...



dog_hairloss13.jpg




ขนร่วง สรุปได้ประเด็นใหญ่ดังนี้ครับ
1. ฮอร์โมเพศไม่สมดุลย์ มักเกิดจากสุนัขที่ตอนหรือทำหมัน หรือ สุนัขที่อยู่ในวัยทอง( 5-6 ปีขึ้นไป) ครับ
2. เกิดจากตัวปรสิต เช่น หมัดและเห็บ โดยเฉพาะน้ำลายหมัด ทำให้เกิดการแพ้ที่ผิวหนังได้
3. เกิดจากตัวไร ซึ่งเป็นสาเหตุของเรื้อน เช่น Sarcoptes, Demodex และ Otodectest เป็นต้น
4. เกิดจากการแพ้สารเคมีภายนอก เช่น พื้นปูนที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ หรือแชมพูอาบน้ำ


dog_hairloss4.jpg


5. เกิดจากปัญหาของโรคภูมิแพ้ที่ผิวหนัง เช่น Atopy ซึ่งเกิดจากการแพ้สารบางอย่างในอาหารโดยเฉพาะ สารประกอบโปรตีน ถึงแม้จะกินไม่ได้สัมผัสที่ผิวหนังโดยตรงก็ทำให้เกิดรอยโรคที่ผิวหนังได้ครับ
6. เกิดจากการผลัดขนตามอายุและฤดูกาล
7.เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส ราบางชนิด เป็นต้น

dog_hairloss5.jpg


เมื่อรักษาทุกๆทางแล้ว หมอแนะนำให้กินยา
EN-DEX PLUS 5000 หรือ 6000 หรือ ขนาด12000 จำนวนเม็ดหรือแบ่งครึ่งเม็ด
แล้วแต่น้ำหนักของสัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ และถ่ายพยาธิตัวตืด
กินเดือนละ1 ครั้ง ใหม่ๆตอนที่ผิวของน้องหมาแมวยังแฉะๆอยู่ ก็รักษาติดต่อกันโดยกิน
อาทิตย์ละ 1 ครั้ง รักษาไป 6- 8 อาทิตย์ จนหาย ถ้ายังไม่หายดี อาจต้องเว้นระยะไปซักพัก
แล้วก็ลองรักษาต่อเนื่องใหม่จนกระทั่งอาการหายขาดค่ะ ข้อสังเกตุก็คือ น้องหมาจะมีขนฟูขึ้นเต็ม
สุขภาพผิวและขนสวยงามขึ้น แต่ยาตัวนี้ เป็นตัวยาไอเวอร์เม๊กติน ที่เป็นยาแรงมาก
เขาจะไม่มีใบ อย.ยา แต่เป็นยาที่สัตวแพทย์เมืองไทยผลิตขึ้นเอง ได้ขอให้ร้านขายยาเพื่อนกัน
ที่เลี้ยงสุนัขหลายตัวและมีปัญหาเดียวกันช่วยสั่งให้ จนทุกคนแก้ปัญหานี้ได้ในที่สุด
ใช้มาประมาณ 2 ปี แล้ว สุนัขและแมวก็สุขภาพดีไม่มีอันตราย และสำคัญเจ้าของก็สบายใจด้วย
ไม่ต้องกลุ้มใจรักษาจนหมดแรงเหมือนเมื่อก่อนอีก



dog_hairloss8.jpg
แก้ไขล่าสุด: 1 ปี, 10 เดือน ที่ผ่านมา โดย อากู๋.
  • หน้าที่:
  • 1
ใช้เวลาในการร่างหน้านี้: 0.23 วินาที